ประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองในสัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้น การประกาศแผนยุทธศาสตร์ “ขับเคลื่อนความยั่งยืน 2026” ของกลุ่ม ปตท. ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเรื่องพลังงานอีกต่อไป แต่ได้ขยายขอบเขตไปสู่มิติทางสังคมอย่างจริงจัง พร้อมผนึกกำลังกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมผลักดันแนวคิด “ESG Bond เพื่อสังคม” เพื่อใช้เป็นกลไกในการระดมทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวขององค์กรขนาดใหญ่ ที่กำลังมองหาบทบาทใหม่ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืน
เบื้องหลังการประกาศที่สร้างความฮือฮาครั้งนี้ มีรายงานว่า เริ่มต้นจากการประชุมลับของผู้บริหารระดับสูงของ ปตท. และผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ อาคาร SET Sukhumvit โดยมีวาระสำคัญคือการหารือถึงแนวทางการจัดสรรงบประมาณ CSR ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาสังคม สิ่งที่น่าสนใจคือ การเน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้
แผนยุทธศาสตร์ “ขับเคลื่อนความยั่งยืน 2026” ของ ปตท. ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลงทุนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมการสร้างงานในท้องถิ่นผ่านโครงการฝึกอบรมอาชีพ และการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” ที่จะช่วยลดขยะและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การมุ่งเน้นในเรื่องเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมไม่ใช่แค่การบริจาค แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เกื้อหนุนให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม การที่องค์กรยักษ์ใหญ่อย่าง ปตท. ลุกขึ้นมาประกาศพันธกิจที่ชัดเจนเช่นนี้ ย่อมส่งผลสะเทือนในเชิงบวกต่อภาคธุรกิจไทยโดยรวม คำถามที่น่าสนใจคือ บริษัทอื่นๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันออนไลน์ จะรับลูกและปรับตัวตามเทรนด์นี้อย่างไร? การแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงใจและโปร่งใส จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สังคมอย่าง ดร. สมคิด ใจดี จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้ให้ความเห็นว่า “การลงทุนใน ESG Bond ของ ปตท. ถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรวมเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรในระยะยาว และยังเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่บริษัทอื่นๆ ในการเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ”
อนาคตของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรกำลังถูกกำหนดขึ้นใหม่ และประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของ “ความดี” เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของ “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” ที่จะทำให้องค์กรสามารถอยู่รอดและเติบโตได้อย่างเข้มแข็งในโลกยุคใหม่ที่ผู้บริโภคใส่ใจในประเด็นเหล่านี้มากขึ้น การจับตาดูผลลัพธ์ของโครงการต่างๆ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ “ขับเคลื่อนความยั่งยืน 2026” ของ ปตท. จึงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
